เมนู

แผลผ่าตัดทั่วไป vs แผลคีลอยด์ ต่างกันอย่างไร พร้อมวิธีเช็ค

แผลผ่าตัดทั่วไป vs แผลคีลอยด์ ต่างกันยังไง ปก

เวลาเราผ่าตัด ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ สิ่งที่หลายคนกลัวไม่แพ้ความเจ็บ คือ “แผลเป็นหลังผ่าตัด” บางคนแผลหายเรียบสวยแทบมองไม่เห็น แต่บางคนกลับมีรอยนูน แข็ง คัน และสีเข้มขึ้นจนดูชัด นั่นอาจเป็น “แผลคีลอยด์” (Keloid) ซึ่งเป็นแผลที่เนื้อเยื่อผิวหนังสร้างคอลลาเจนเกินความจำเป็น

บทความนี้จะพาไปเข้าใจง่ายๆ ว่า แผลผ่าตัดทั่วไป ต่างจาก แผลคีลอยด์ อย่างไร และจะดูแลหรือป้องกันได้อย่างไรบ้าง เพื่อให้แผลหลังผ่าตัดของเราหายเรียบสวยอย่างมั่นใจที่สุด

“แผลผ่าตัดทั่วไป” คือแผลที่เกิดจากการกรีดผิวหนังเพื่อทำการรักษาหรือศัลยกรรม เมื่อแผลหายดีแล้วร่างกายจะสร้างคอลลาเจนมาซ่อมแซมผิวบริเวณนั้น ทำให้เกิด “แผลเป็น” ซึ่งในคนส่วนใหญ่แผลจะค่อยๆ จางลงในช่วง 6–12 เดือนหลังผ่าตัด

จุดสังเกตของแผลผ่าตัดทั่วไป

👉แผลเรียบ แบน ไม่คัน

👉สีแผลจางลงเรื่อย ๆ จนใกล้เคียงผิวเดิม

👉ไม่มีอาการปวดหรือนูนแข็ง

ถ้ามีการดูแลที่ดี เช่น รักษาความสะอาด หลีกเลี่ยงแสงแดด และทายาลดรอยแผลเป็นตามคำแนะนำของแพทย์ แผลผ่าตัดทั่วไปส่วนใหญ่จะเรียบเนียนจนแทบมองไม่เห็นเลยค่ะ

Keloid vs Hypertrophic scar

แล้ว “แผลคีลอยด์” คืออะไร?

แผลคีลอยด์ (Keloid scar) คือภาวะที่ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนมากเกินไปในกระบวนการสมานแผล ทำให้แผลนูนขึ้น แข็ง และบางครั้งขยายใหญ่กว่าขอบแผลเดิม

จุดสังเกตของแผลคีย์ลอยด์

👉แผลนูน แข็ง หรือยกตัวจากผิว

👉สีเข้มหรืออมแดงกว่าผิวรอบ ๆ

👉มักคัน หรือมีอาการระคายเคือง

👉บางกรณีอาจโตขึ้นเรื่อยๆ

แผลคีลอยด์มักพบได้บ่อยในบริเวณที่ผิวมีแรงตึง เช่น หน้าอก ไหล่ หลัง หรือบริเวณใบหู โดยเฉพาะในคนที่มีประวัติเป็นคีย์ลอยด์มาก่อน แผลใหม่ๆ ก็จะมีโอกาสเกิดซ้ำได้ง่าย

แผลผ่าตัดปกติ vs แผลเป็นคีย์ลอยด์ 2025

ทำไมบางคนถึงมีโอกาสเป็นคีลอยด์มากกว่าคนอื่น?

สาเหตุของคีลอยด์เกิดได้จากหลายปัจจัย ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ พันธุกรรม และ การตอบสนองของร่างกายต่อการสมานแผล มากกว่าการดูแลเพียงอย่างเดียว

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงของคีลอยด์

👨‍👩‍👧‍👦 กรรมพันธุ์: ถ้าพ่อแม่หรือพี่น้องมีคีย์ลอยด์ เราอาจมีแนวโน้มเป็นเช่นกัน

🌞 สีผิว: คนผิวเข้มจะมีโอกาสเกิดคีย์ลอยด์มากกว่าคนผิวขาว เนื่องจากเมลานินและการตอบสนองของคอลลาเจนที่ต่างกัน

📍 ตำแหน่งแผล: จุดที่มีแรงตึงของผิว เช่น หน้าอก ไหล่ หลัง หรือใบหู มักเกิดคีย์ลอยด์ง่าย

⚠️ การอักเสบของแผล: หากแผลติดเชื้อหรือมีการอักเสบระหว่างการหาย จะกระตุ้นให้คอลลาเจนสร้างมากเกินไป

💉 การดูแลหลังผ่าตัดไม่ถูกวิธี: เช่น การเกาแผล การโดนแดดจัด หรือการไม่ใช้ยาลดรอยแผลตามแพทย์แนะนำ

เป็นแผลคีลอยด์แล้วรักษาได้ไหม?

ในยุคสมัยนี้ “คีลอยด์สามารถรักษาได้” แต่ต้องใช้เวลาและความต่อเนื่อง เพราะเนื้อเยื่อคีย์ลอยด์มีแนวโน้มกลับมาได้หากไม่ดูแลต่อเนื่องหลังรักษา

วิธีรักษาคีลอยด์ที่นิยม ได้แก่:

💉 ฉีดยาสเตียรอยด์ (Corticosteroid Injection):
ช่วยลดการอักเสบและทำให้แผลค่อย ๆ แบนลง เหมาะกับคีย์ลอยด์ที่นูนไม่มาก

💊 ยาทาเฉพาะจุด / ซิลิโคนเจล:
ใช้เพื่อลดการนูนและสีของแผล เหมาะสำหรับแผลขนาดเล็กหรือแผลผ่าตัดใหม่ ๆ

🔥 เลเซอร์ (Laser treatment):
ช่วยลดสีแดงเข้มหรือรอยดำของแผล และกระตุ้นให้ผิวดูเรียบขึ้น

✂️ การผ่าตัดแผลคีลอยด์ออก:
ใช้ในกรณีที่แผลมีขนาดใหญ่หรือรบกวนการใช้ชีวิต โดยมักต้องทำร่วมกับการฉีดยาสเตียรอยด์หรือฉายแสงหลังผ่าตัด เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ

หมายเหตุ: แผลคีย์ลอยด์บางรายอาจไม่สามารถรักษาให้หายขาด 100% แต่สามารถทำให้เรียบลง จางลง และไม่คันได้ใกล้เคียงผิวปกติค่ะ

วิธีรักษาคีย์ลอยด์

ป้องกันไม่ให้แผลผ่าตัดกลายเป็นคีลอยด์ได้ไหม?

แม้เราจะ “ไม่สามารถกันได้ 100%” แต่สามารถ ลดความเสี่ยงได้ ถ้าดูแลแผลอย่างถูกวิธีตั้งแต่ช่วงแรกหลังผ่าตัด

เคล็ดลับดูแลแผลหลังผ่าตัดให้เรียบ ไม่นูน:

🧴 ใช้ ซิลิโคนเจลหรือแผ่นซิลิโคน ปิดแผลหลังตัดไหม (เมื่อแผลปิดสนิทแล้ว) เพื่อช่วยกดไม่ให้แผลนูน

🚫 หลีกเลี่ยงการเกา แกะ หรือสัมผัสแผลบ่อยๆ

☀️ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด เพราะรังสี UV จะทำให้แผลเข้มขึ้น

💧 รักษาความสะอาดให้ดี ช่วยลดโอกาสและช่วยป้องกันแผลติดเชื้อ

**ทั้งนี้การเกิดแผลคีย์ลอยด์นั้นขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาและเข้ารับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนการซื้อยาหรือเจลมาทาเองนะ

ทำตาสองชั้น มีโอกาสเป็นคีลอยด์ได้ไหม?

คำตอบคือ มีโอกาส แต่น้อยมากๆ เพราะผิวบริเวณเปลือกตามีการขยับตลอดเวลา ทำให้เลือดไหลเวียนได้ค่อยข้างดี

อย่างไรก็ตาม ยังมีบางกรณีที่ แผลทำตาสองชั้นอาจกลายเป็นคีย์ลอยด์ได้ โดยเฉพาะในคนที่มีปัจจัยเสี่ยงอยู่แล้ว เช่น

👉เคยมีประวัติเป็นคีย์ลอยด์ในส่วนอื่นของร่างกาย

👉มีผิวเข้มหรือผิวหนา

👉มีการอักเสบหรือติดเชื้อหลังผ่าตัด

👉แผลตึงเกินไป หรือไหมเย็บรัดแน่นเกิน

และแม้ความเสี่ยงจะต่ำ แต่ก็ไม่ควรละเลย เพราะในบางคนแผลผ่าตัดตาอาจกลายเป็น “แผลนูนเล็กๆ” หรือ แผลเป็นแข็งใต้รอยพับตา ได้ หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม

ตัวอย่างแผลหลังทำตาสองชั้นที่ Goodwill Clinic จะเห็นได้ชัดว่าเป็นแผลผ่าตัดแบบปกติ ไม่เป็นคียลอยด์

อาการหลังทำตาสองชั้น ที่สามารถหายได้เอง ไม่ต้องพบหมอ 6
อาการหลังทำตาสองชั้น ที่สามารถหายได้เอง ไม่ต้องพบหมอ 7

ดูรีวิวเพิ่มเติม สอบถามข้อมูลอื่นๆ ทุกเรื่องที่กังวลใจเกี่ยวกับตาสองชั้น สามารถคลิกแถบด้านล่างได้เลยค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรค MG คืออะไร ต่างกับกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงยังไง

รักษาโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ด้วยวิธี “ร้อยเอ็นเทียม”

ไขข้อสงสัย โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คืออะไร

ทำไมใครๆก็เป็น “กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง” ได้ง่ายจัง?

วิธีสังเกตอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงด้วยตัวเอง

มัดรวมรีวิวตา2ชั้น จากคนไข้ทุกแพลตฟอร์ม ของคุณหมอฮอลล์

20 คำถามยอดฮิต ที่คนทำตาสองชั้นตัดไม่พลาด!

มัดรวม Ref ทำตาสองชั้น ปี 2025 จัดเต็มทุกชาติ รูปแน่นๆ ใครพร้อมยื่นมาให้หมอเลย!

5 เรื่องเข้าใจผิด! ในการทำตาสองชั้น ที่รู้แล้วช่วยตัดสินใจง่ายขึ้นแน่นอน

หนังตาตก ปัญหาในคนสูงอายุที่ไม่ควรมองข้าม

ทายาลดรอยแผลเป็นหลังทำตาสองชั้นแบบนี้ แผลจางไวแน่นอน!

อาการหลังทำตาสองชั้น ที่สามารถหายเองได้ ไม่จำเป็นต้องมาพบหมอ​

ทำตาสองชั้นครั้งเดียวจบ มีอยู่จริงไหม?

ตอบข้อสงสัย! ผู้ชายทำตาสองชั้นได้ไหมนะ?

หมอขอพูด! ผู้ชายทำตาสองชั้นแปลว่าไม่แมน?! มันใช่หรอ

ตาโปน ตาปูด ทำตาสองชั้นได้มั้ย